รายงานของ UNODC เรื่อง “ยาเสพติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: พัฒนาการและความท้าทายล่าสุด ปี 2023” มอบข้อมูลเชิงลึกอันสำคัญยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน ที่วางแผนจะใช้ยาเสพติดขณะมาเยือนกรุงเทพฯ1 ต่อไปนี้เป็นสรุปโดยละเอียดของผลการค้นพบที่สำคัญของรายงาน:
เมทแอมเฟตามีนยังคงเป็นภัยคุกคามหลัก
เมทแอมเฟตามีนยังคงครองตลาดยาเสพติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปริมาณยาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในปี พ.ศ. 2565 ราคาเมทแอมเฟตามีนยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งบ่งชี้ว่ายังคงมีปริมาณยาเมทแอมเฟตามีนอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ อาจเข้าถึงเมทแอมเฟตามีนได้ง่าย แต่ความบริสุทธิ์และฤทธิ์ของยาอาจแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจหาสารเสพติด
การเกิดขึ้นของสารออกฤทธิ์ทางจิตชนิดใหม่ (NPS)
รายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงการปรากฏของสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (NPS) ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารโอปิออยด์สังเคราะห์ที่มีฤทธิ์รุนแรงและสารประเภทเบนโซไดอะซีปีน สาร NPS เหล่านี้มักถูกนำมาผสมกับยาเสพติดแบบดั้งเดิม เช่น เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีน หรือถูกอัดเป็นเม็ดยาปลอม นักท่องเที่ยวที่เสพยาเสพติดในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้ทดสอบยาเหล่านี้ก่อน อาจเผลอกลืนสารอันตรายเหล่านี้เข้าไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ยาเกินขนาดและผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพอื่นๆ
การขยายตลาดเคตามีน
เคตามีน ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่แบบแยกส่วน ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วภูมิภาค อาการชักจากเคตามีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมักเกิดขึ้นควบคู่กับอาการชักจากยาบ้า แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ อาจพบเคตามีนบ่อยขึ้น ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือเป็นสารเจือปนในยาเสพติดชนิดอื่น การเจือปนของเคตามีนที่คาดเดาไม่ได้และอาจทำให้เกิดความเครียดทางจิตใจ ทำให้เคตามีนเป็นสารสำคัญที่นักท่องเที่ยวควรทดสอบเพื่อลดอันตราย
การกระจายเส้นทางการค้า
รายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงความหลากหลายของเส้นทางการค้ายาเสพติดในภูมิภาค โดยพรมแดนทางบกมีความเสี่ยงต่อการเคลื่อนย้ายยาเสพติดและสารตั้งต้น ซึ่งหมายความว่ายาเสพติดสังเคราะห์ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ อาจมาจากหลายแหล่ง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับองค์ประกอบและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว
จากผลการสำรวจของ UNODC พบว่านักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเสพยาเสพติดในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สำคัญดังนี้:
- การที่เมทแอมเฟตามีนและยาสังเคราะห์อื่นๆ หาซื้อได้ง่ายทำให้มีความเสี่ยงที่จะพบสารปลอมปนหรือสารที่มีฤทธิ์แรงสูง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยไม่ได้ตั้งใจและการใช้ยาเกินขนาดได้
- การมี NPS ในแหล่งจำหน่ายยาแผนโบราณก่อให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจบริโภคสารเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจส่งผลที่ไม่อาจคาดเดาได้และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
- ตลาดเคตามีนที่ขยายตัวบ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวอาจมีแนวโน้มที่จะพบกับยาตัวนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือเป็นสารกระตุ้นในสารอื่น ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อความเครียดทางจิตใจและอันตรายเพิ่มมากขึ้น
- การกระจายเส้นทางการค้าทำให้การติดตามแหล่งที่มาและส่วนประกอบของยาที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ยากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคสารที่ไม่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดในกรุงเทพฯ และควรให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หากเกิดการใช้ยาเสพติดขึ้น การเข้าถึงชุดตรวจยาเสพติดถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดที่สามารถตรวจหาสารโอปิออยด์สังเคราะห์ที่มีฤทธิ์แรงและสาร NPS อื่นๆ ได้ นอกจากนี้ การไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
สรุปแล้ว รายงานของ UNODC เน้นย้ำถึงอันตรายสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องเผชิญเมื่อเสพยาเสพติดในกรุงเทพฯ การรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับตลาดยาเสพติดในภูมิภาคและการใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยให้นักท่องเที่ยวลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายและตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้นขณะเดินทาง
- อุปทานยาสังเคราะห์ยังคงอยู่ในระดับที่รุนแรงและหลากหลายมากขึ้นในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามรายงานใหม่ของ UNODC (https://www.unodc.org/unodc/frontpage/2023/June/synthetic-drug-supply-remains-at-extreme-levels-and-diversifies-in-east-and-southeast-asia–according-to-new-unodc-report.html) ↩︎




